แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบงค์ใบโพธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบงค์ใบโพธิ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

แบงค์สีม่วง-สจล. เปิดชื่อผู้ต้องหา โกง1.6 พันล้าน




"แบงค์สีม่วง" จ่าย "สจล." 1,500 ล้านบาท ดูแลความเสียหาย ด้าน "วิชิต" ชี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบของธนาคาร-ไม่กระทบฐานะการเงิน 

 ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารใบโพธิ์ (ไทยพาณิชย์)  ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. และ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังลงนามสัญญาธุรกรรมที่สองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเพื่อดูแลความเสียหายอันเกี่ยวเนื่องจากกรณีที่ สจล.ถูกคนร้ายลักทรัพย์เงินคงคลังของสถาบันฯ ราว 1,500 ล้านบาท 

สำหรับข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สจล.และแบงค์สีม่วงนั้น คือ ไทยพาณิชย์จะให้เงินเพื่อดูแลความเสียหายในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาทแก่ สจล.ตามมูลค่าความเสียหายที่ทาง สจล.ได้ประเมินไว้  ทั้งนี้ การทำความตกลงข้างต้นไม่กระทบต่อการดำเนินคดีจนถึงที่สุด 

ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า การที่แบงค์ม่วงให้เงินเพื่อดูแลความเสียหายแก่ สจล.ครั้งนี้นั้น ธนาคารยึดหลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและสังคม ซึ่งกรณีนี้ได้ปรากฏว่ามีพนักงานของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต ธนาคารจึงแสดงความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ สจล

ดร.วิชิต กล่าวว่า ธนาคารเห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสถาบันยืดเยื้อต่อไปจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อทั้งสอง  และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งในภาคเศรษฐกิจและการศึกษาของประเทศ 

“นี่ไม่ใช่เป็นการซื้อหรือจ่ายเพื่อปิดเรื่อง แต่เป็นการให้เงินประกันไว้เพื่อความสบายใจ แต่สุดท้ายแล้วหากพบว่าเสียหายน้อยกว่า ทาง สจล.ก็คืนให้กับธนาคารเท่านั้น” ดร.วิชิต กล่าว 

ทั้งนี้ ไทยพาณิชย์มีสินทรัพย์กว่า 2.7 ล้านล้านบาท ดังนั้นกรณีนี้จะไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับธนาคาร โดยเงิน 1,500 ล้านบาทจะจัดอยู่ในงบประมาณค่าใช้จ่ายของธนาคาร 

ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล.กล่าวขอบคุณธนาคารไทยพาณิชย์ในการแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทั้ง สจล.และธนาคารไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก โดยในส่วนของ สจล.ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่รีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยได้เพิ่มความรัดกุมในทุกกระบวนการธุรกรรมด้านการเงิน และร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด รวมทั้งเป็นบทเรียนกับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย 



ศ.ดร.โมไนย ยังกล่าวยืนยันด้วยว่า การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ สจล.ได้รับผลกระทบจนขาดสภาพคล่องแล้วทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์เกิดความเห็นใจ เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินคงคลังหรือเงินเก็บ 

“เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของธนาคารไทยพาณิชย์ เราจึงเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์” ศ.ดร.โมไนย กล่าว 

ส่วนกรณีความเสียหาย 80 ล้านบาทที่เกิดขึ้นระหว่างที่หนึ่งในผู้ต้องหาทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น ศ.ดร.โมไนย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทางธนาคารกรุงศรีอยุธยาพิสูจน์แล้วว่าเป็นการลงลายมือชื่อปลอม ซึ่งเชื่อว่าทางธนาคารจะไม่นิ่งนอนใจในการดำเนินการหลังจากที่เห็นทางธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินการวันนี้แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการติดต่อมาแต่อย่างใด


สำหรับคดีลักทรัพย์ สจล.มีกลุ่มบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วคือ
1 นายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการแบงค์ม่วง
2. น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล.
3. อดีตผู้บริหาร สจล.คือ ศ.ถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี
4. ผศ.สรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี


ที่ร่วมกันเบิกถอนเงินโดยทุจริตไปฝากเข้าบัญชีกลุ่มบุคคลอื่น ๆ ในลักษณะฟอกเงิน รวมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 14 คน ยังหลบหนี 3 คน ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำ 8 คน และได้รับอนุญาตประกันตัว 3 คน


at: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/636912#sthash.1kG65HGT.dpuf

https://www.facebook.com/public/แบงค์-ม่วงปั่น

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ธนาคารใบโพธิ์ ร่วม สจล. แถลงจุดยืนเร่งหาคนโกงเงินฝากประจำ สจล.


  ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อเนื่องกรณีการทุจริตบัญชีเงินฝากของ สจล. หรือสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ฝากไว้กับธนาคารใบโพธิ์ ไทยพาณิชย์ ในการนี้สถาบันหลักที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องที่เกิดขึ้น จึงได้มีการหารือร่วมกันและจัดแถลงข่าวในวันนี้ เพื่อแสดงจุดยืนของแต่ละสถาบัน ตลอดจนประกาศให้ทราบถึงความร่วมมือระหว่างสองสถาบันในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดกรณีทุจริต


 


news-130258-1.jpg

         ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าว ว่า “จากการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ร้องขอข้อมูล เอกสาร หลักฐาน ในการดำเนินธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) อันจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่ได้ลักทรัพย์ของ สจล. ไป เป็นจำนวนเงินราว 1.5 พันล้านบาท ซึ่งสร้างความเสียหายทางด้านการเงินต่อ สจล. อย่างมาก ที่ผ่านมายังคงมีความล่าช้าในการจัดส่งเอกสารตามที่ สจล. ร้องขอ ในครั้งนี้ทางธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ตกลงจะนำส่งเอกสารต่างๆ เพิ่มเติมให้แก่ทาง สจล. ให้ครบถ้วน”

          รศ. ดร.จำรูญ เล้าสินวัฒนา รักษาการแทนรองอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “ทางธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ตกลงที่จะส่งเอกสารเพิ่มเติมให้แก่ทาง สจล. มีรายละเอียดดังนี้
          1. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จะนำส่งเอกสาร หลักฐาน จำนวน 8 รายการ ใน 3 บัญชีหลักของสาขาบิ๊กซี สุวินทวงศ์ โดยให้ทยอยนำส่งให้ครบทุกรายการ ภายในวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558
          2. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จะนำส่งเอกสาร หลักฐาน ในส่วนที่ยังขาดอีก 31 รายการ ในอีก 5 บัญชี โดยให้ทยอยนำส่งให้ครบทุกรายการ ภายในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558
          3. เอกสารที่ สจล. ร้องขอจำนวนรวม 68 รายการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จะส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้ สจล. และจัดส่งเอกสารต้นฉบับให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม
          สจล. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้วยดี เพื่อให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม สามารถดำเนินการสืบสวน สอบสวนตามขั้นตอน เพื่อหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป และนำเงินกลับคืนสู่ สจล. โดยเร็ว”


         ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธาน MD ธนาคารใบโพธิ์
 กล่าวว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในนามของธนาคารผมขอยืนยันว่า ตลอดมาธนาคารยึดมั่นในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ประนีประนอมกับเรื่องทุจริต สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นธนาคารมิได้นิ่งนอนใจ ได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยได้แต่งตั้ง นางวัลลยา แก้วรุ่งเรือง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกฎหมาย เป็นหัวหน้าคณะทำงานและเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสื่อสารตลอดจนเป็นผู้ให้ ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ คณะทำงานชุดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความ โปร่งใสในการตรวจสอบ ซึ่งธนาคารเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้า และเมื่อประกอบกับผลการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากได้ข้อสรุปว่าพนักงานของธนาคารมีส่วนร่วมในการทำทุจริตหรือบกพร่องจนก่อให้เกิดความ เสียหาย ธนาคารใบโพธิ์ก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

         นอกจากนี้ แบงค์ใบโพธิ์ยังได้ออกมาตรการเพิ่มเติมในระบบการปฏิบัติงานให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ตามที่ได้ประกาศไปแล้ว ได้แก่ การลดอำนาจอนุมัติของสาขาในรายการเงินสดและเงินโอนมาไว้ที่ส่วนกลาง และจะได้มีการออกมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการควบคุมการปฏิบัติงานสาขาและ ระบบงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในลำดับต่อไป”



สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และแบงค์ใบโพธิ์ (ธนาคารไทยพาณิชย์) ขอยืนยันในการให้ความร่วมมือกันในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีทุจริต ที่เกิดขึ้น



วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

"แบงค์ใบโพธิ์"ยันไม่มีประวิงคดี-ร่วมมือพนักงานสอบสวนเต็มที่ คดีโกงเงิน สจล.

"แบงค์ใบโพธิ์"ยันไม่มีประวิงคดี-ร่วมมือพนักงานสอบสวนเต็มที่ คดีโกงเงิน สจล.
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจง กรณีข่าวเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.) ฉบับที่ 3 ว่า ธนาคารได้มีการรวบรวมและจัดส่งข้อมูลทางบัญชี ตลอดจนเอกสารประกอบการทำธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้แก่เจ้าพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายมาเป็นระยะๆ ตลอดมาตั้งแต่ต้นโดยมิได้ชักช้าหรือประวิงคดี และขอยืนยันในการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าพนักงานสอบสวนในการรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งในขณะนี้ยังคงมีเอกสารประกอบธุรกรรมบางส่วนที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมให้ครบถ้วนและจะนำส่งแก่เจ้าหน้าพนักงานสอบสวนโดยเร็วต่อไป
http://www.matichon.co.th/online/2015/01/14220027931422002835l.jpg

แบงค์ม่วงชี้แจงหลักปฏิบัติของธนาคารในกรณีที่ตรวจสอบพบความผิดปกติของการเบิกจ่ายบัญชีเงินฝากของลูกค้าว่า ธนาคารจะติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีเงินฝากทันทีเพื่อให้ทราบถึงความผิดปกติของบัญชีที่ธนาคารตรวจพบ โดยหากเจ้าของบัญชีแจ้งกับธนาคารว่าการเบิกจ่ายบัญชีเป็นกรณีทุจริต ธนาคารจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย รวมทั้งดำเนินการกับพนักงานของธนาคารหากมีส่วนร่วมกับการทุจริตดังกล่าวด้วย  แต่หากเจ้าของบัญชีได้รับทราบและยังคงยืนยันความถูกต้องของการทำธุรกรรมทางการเงินรวมทั้งยืนยันความถูกต้องของยอดเงินคงเหลือในบัญชีดังกล่าว ธนาคารต้องถือว่าการทำรายการเบิกถอนเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมปกติตามความประสงค์ของเจ้าของบัญชี

ธนาคารตระหนักในความรับผิดชอบของสถาบันการเงินที่มีต่อลูกค้าทุกท่าน ตลอดจนยึดมั่นการให้บริการด้วยความซื่อสัตย์และระมัดระวังเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1422002793

"ธนาคารใบโพธิ์"ยันไม่ได้ประวิงคดี-ร่วมมือพนักงานสอบสวนเต็มที่ในคดีโกงเงินสจล.

กรุงเทพฯ 23 ม.ค. –  "แบงค์ม่วง"ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่ได้ประวิงคดี  และพร้อมให้ความร่วมมือพนักงานสอบสวนเต็มที่ในคดีโกงเงินสจล.





ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจง กรณีข่าวเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.) ฉบับที่ 3 ว่า  ธนาคารได้มีการรวบรวมและจัดส่งข้อมูลทางบัญชี ตลอดจนเอกสารประกอบการทำธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้แก่เจ้าพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายมาเป็นระยะๆ ตลอดมาตั้งแต่ต้นโดยมิได้ชักช้าหรือประวิงคดี และขอยืนยันในการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าพนักงานสอบสวนในการรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งในขณะนี้ยังคงมีเอกสารประกอบธุรกรรมบางส่วนที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมให้ครบถ้วนและจะนำส่งแก่เจ้าหน้าพนักงานสอบสวนโดยเร็วต่อไป
ธนาคารชี้แจงหลักปฏิบัติของธนาคารในกรณีที่ตรวจสอบพบความผิดปกติของการเบิกจ่ายบัญชีเงินฝากของลูกค้าว่า ธนาคารจะติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีเงินฝากทันทีเพื่อให้ทราบถึงความผิดปกติของบัญชีที่ธนาคารตรวจพบ โดยหากเจ้าของบัญชีแจ้งกับธนาคารว่าการเบิกจ่ายบัญชีเป็นกรณีทุจริต ธนาคารจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย รวมทั้งดำเนินการกับพนักงานของธนาคารหากมีส่วนร่วมกับการทุจริตดังกล่าวด้วย  แต่หากเจ้าของบัญชีได้รับทราบและยังคงยืนยันความถูกต้องของการทำธุรกรรมทางการเงินรวมทั้งยืนยันความถูกต้องของยอดเงินคงเหลือในบัญชีดังกล่าว ธนาคารต้องถือว่าการทำรายการเบิกถอนเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมปกติตามความประสงค์ของเจ้าของบัญชี


ธนาคารตระหนักในความรับผิดชอบของสถาบันการเงินที่มีต่อลูกค้าทุกท่าน ตลอดจนยึดมั่นการให้บริการด้วยความซื่อสัตย์และระมัดระวังเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ – สำนักข่าวไทย


http://www.tnamcot.com/2015/01/23/ธ-ไทยพาณิชย์-ยืนยันไม่ได/